คำค้นยอดฮิต: ข้าวเหนียวมะม่วง ของขวัญออแกนิค ผลไม้สด
TH | EN
฿ 0.00
ศูนย์เรียนรู้การเกษตรองค์การบริหารส่วนตำบลสาคู
ศูนย์เรียนรู้การเกษตรองค์การบริหารส่วนตำบลสาคู ตำบลสาคู อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต
Image
Image
Image
Image
สภาพอากาศวันนี้
อยู่ในเวลาปิดทำการ
วันเวลาทำการ
• วันอาทิตย์
: 09:00 น. - 16:00 น.
• วันจันทร์
: 09:00 น. - 16:00 น.
• วันอังคาร
: 09:00 น. - 16:00 น.
• วันพุธ
: 09:00 น. - 16:00 น.
• วันพฤหัสบดี
: 09:00 น. - 16:00 น.
• วันศุกร์
: 09:00 น. - 16:00 น.
• วันเสาร์
: 09:00 น. - 16:00 น.
หมายเหตุ
: -
แผนที่และพิกัดที่ตั้ง
คะแนนรีวิว
0
ความพร้อมสถานที่
0
ความคุ้มค่า
0
การให้บริการ
0
อ่านทั้งหมด >
รายละเอียด
การส่งเสริมและสนับสนุนอาชีพทางการเกษตรของตำบลสาคู และสืบสานดำเนินงานตามแนวพระราชดำริโครงการเศรษฐกิจพอเพียง
ประวัติความเป็นมา
องค์การบริหารส่วนตำบลสาคู ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของอาชีพเกษตร จึงได้ก่อตั้งส่วนส่งเสริมการเกษตรขึ้นเพื่อพัฒนาส่งเสริม และสนับสนุนอาชีพทางการเกษตรของตำบลสาคูไม่ให้สูญหายไป
ลักษณะเด่น
ปลูกผักปลอดภัยสารพิษ ณ ศูนย์การเรียนรู้การเกษตร การส่งเสริม สนับสนุนอาชีพการเกษตรของตำบลสาคู การจัดโครงการวันเกษตร มีแปลงนาสาธิตนาข้าว เป็นศูนย์เรียนรู้การเกษตรแก่เยาวชน ประชาชน และนักท่องเที่ยวที่สนใจ
ที่มาข้อมูล
Thailand Tourism Directory
ข้อมูลแนะนำ
ราคาค่าเข้าชม
• ราคาค่าเข้าชม: ไม่มีค่าใช้จ่าย
• หมายเหตุ : -
รีวิว (0)
0
จาก 5.0
ความพร้อมสถานที่
ความคุ้มค่า
การให้บริการ
แนะนำแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่คล้ายกัน
ผ้าไทย ถือเป็นหัตถกรรมและหัตถศิลป์มรดกอันล้ำค่าของเมืองไทย มีความงดงามของเส้นไหมที่เป็นเอกลักษณ์ลวดลายที่บ่งบอกถึงความเป็นไทย ทำให้เป็นผ้าไหมไทยได้รับความนิยม และโด่งดังไปทั่วโลกในอดีตผ้าไหมไทยถูกนำมาใช้ในหมู่สมาชิกของราชวงศ์ และข้าราชการเท่านั้น แต่ในยุคปัจจุบันผ้าไหมไทยก็เป็นที่นิยมในวงการแฟชั่น วงสังคมชั้นสูง และประชาชนทั่วไป เช่นกัน ผ้าไหมไทยเป็นผ้าที่นิยมใช้ในชุดแต่งงาน, ชุดไทย, ชุดไทยออกงานสำหรับสวมใส่ในงานปาร์ตี้ งานบุญ
ลำพูน
สถานที่สำหรับเรียนรู้ด้านพืช ประมง ดิน ข้าว ปศุสัตว์ และชลประทาน
ระยอง
สวนอินทผลัมเมืองช้าง ม.18 บ.โคกสวาย คุ้มหินปูน ต.ท่าสว่าง อ.เมือง จ.สุรินทร์
สุรินทร์
เขาใหญ่ฟาร์มวิลเลจ เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร มีทั้งฟาร์ทแกะ กระต่าย ศูนย์เรียนรู้ดูงานท่องเที่ยวครบวงจร อีกทั้งมีกิจกรรมให้ทำมากกว่า 20 อย่างเช่น เก็บเห็ด เก็บไข่ จัดสวนขวด ทำพิซซ่าเตาดิน ทำเทียนสมุนไพร ปั้นดิน ทำสบู่ เป็นต้น เปิดทุกวัน ค่าเข้าชม 100 บาท กรีนมี ออแกนิคฟาร์ม ความโดดเด่นอยู่ที่วิถีการทำเกษตรอินทรีย์ มีการปลูกข้าว เลี้ยงสัตว์ ปลูกผัก เพาะเห็ดและการแปรรูปสินค้าที่มีคุณภาพ และมีที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการเรียนวิถีเกษตรอินทรีย์ เข้าชมควรติดต่อก่อนล่วงหน้า สวนผักปากช่อง สวนผักปากช่องโดดเด่นเรื่องวิถีเกษตรแบบพอเพียง โดยแบ่งเป็นฐานการเรียนรู้ให้ผู้เข้าชมได้ศึกษาดูงาน และคุณหนุ่มเสกเจ้าของสวนซึ่งได้รับคัดเลือกเป็นเกษตกรดีเด่น ยังสามารถถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์การจัดการการเกษตรได้เป็นอย่างดี สวนกูโน่ แหล่งปลูกผักสลัดอินทรีย์ต้นแบบที่มีคุณภาพสูง มีการสาธิตการปลูกผักและจัดกิจกรรมปลูกผักสำหรับเด็ก ๆเป็นหมู่คณะและยังสอนทำสลัดผัก สลัดโรล อีกด้วย ตลาดน้ำเขาใหญ่ แหล่งพืชพันธุ์ดอกไม้กว่า 200 ชนิด ให้ได้ชมและศึกษาดูงาน และยังมีกิจกรรมกาแฟคั่วมือให้นักท่องเที่ยวได้ร่วมทำกิจกรรม เปิดทุกวัน ค่าเข้า100 บาท สวนองุ่น มีอยู่หลากหลายสวน ในกลุ่มวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวเชิงเกษตรปากช่อง เช่น สวนขวัญศรี สวนชัยพฤกษ์ สวนองุ่นคุณหวาน สวนพรมชน ไร่องุ่นไวน์อัลซิดินี่เป็นต้น สวนทุเรียน ทุเรียนปากช่องที่ต้องจองกันก่อนล่วงหน้าเท่านั้นด้วยรสชาติที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของผลไม้ปากช่องจึงทำให้นักท่องเที่ยว ต้องเดินทางมาชิมถึงสวน สวนทุเรียนซีต้า ไร่วงษ์เกษตร 2 สวนในกลุ่มของเราที่ผลิตทุเรียนคุณภาพของปากช่อง ไร่เคนผาพงษ์ ไร่สตรอเบอรี่ออแกนิค เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เก็บเองกับมือที่สำคัญ อร่อยและปลอดภัย สวนลุงชอบ สวนขนาดใหญ่บนพื้นที่กว่า 1200 ไร่ ปลูกกล้วย มะม่วง แก้วมังกร คุณภาพส่งออกเหมาะกับคณะศึกษาดูงานเป็นหมู่คณะ ไร่วนกุล แหล่งสะสมพันธุ์พืชหายากจากทั่วประเทศ นักท่องเที่ยวที่เขาชมควรต้องติดล่วงหน้า สวนหน้าวัวลุงสมนึก สวนดอกหน้าวัวและทำมอสกระถาง และไม้ตัดดอก นักท่องเที่ยวที่เขาชมหรือดูงานควรต้องติดล่วงหน้า WBออแกนิคฟาร์ม ฟาร์มออแกนิค มีโรงผลิตปุ๋ยหมักขนาดใหญ่ ปลูกผักขายส่ง มาตรฐานออแกนิคไทยแลนด์ เหมาะกับคณะศึกษาดูงานเป็นหมู่คณะ โปรแกรมการท่องเที่ยว: Pink Route สวนขวัญศรี สวนชัยพฤกษ์ สวนหน้าวัวลุงสมนึก Blue Route เขาใหญ่ฟาร์มวิลเลจ กรีนมี ผักปากช่อง ตลาดน้ำเขาใหญ่ ไร่องุ่นไวน์อัลซิดินี่ Green Route ไร่เคนผาพงษ์ สวนลุงชอบ ไร่องุ่นคุณหวาน เส้นทางเชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ: อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ระยะทาง ประมาณ ๕๐ กิโลเมตร ตลาดไนท์ปากช่อง 20-30 กิโลเมตร
นครราชสีมา
พระธาตุก่องข้าวน้อย ตั้งอยู่ในทุ่งนา ตำบลตาดทอง เป็นเจดีย์เก่าสมัยขอม สร้างในพุทธศตวรรษที่ 23-25 ตรงกับสมัยอยุธยาตอนปลาย ตั้งอยู่ในเขตวัดพระธาตุก่องข้าวน้อย ซึ่งแต่เดิมเป็นเพียงทุ่งนาในเขตตำบลตาดทอง พระธาตุก่องข้าวน้อยเป็นเจดีย์ก่ออิฐถือปูน รูปทรงแปลกไปจากเจดีย์โดยทั่วไป คือมีลักษณะเป็นก่องข้าว องค์พระธาตุเป็นเจดีย์เหลี่ยมย่อมุมไม้สาม ฐานสี่เหลี่ยมจัตุรัส กว้างด้านละ 2 เมตร ก่อสูงขึ้นไปประมาณ 1 เมตร ช่วงกลางขององค์พระธาตุมีลวดลายทำเป็นซุ้มประตูทั้งสี่ด้าน ถัดจากช่วงนี้ไปเป็นส่วนยอดของเจดีย์ที่ค่อยๆ สอบเข้าหากัน ส่วนยอดรอบนอกของพระธาตุก่องข้าวน้อยมีกำแพงอิฐล้อมรอบขนาด 55 เมตร นอกจากนี้บริเวณด้านหลังพระธาตุมีพระพุทธรูปอยู่องค์หนึ่งก่อด้วยอิฐ ชาวบ้านนับถือว่าศักดิ์สิทธิ์มาก และในเดือนห้าจะมีผู้คนนิยมมาสรงน้ำพระและปิดทอง เชื่อกันว่าถ้าไม่ทำเช่นนี้ฝนจะแล้งในปีนั้น นอกจากนี้ที่บริเวณบ้านตาดทอง กรมศิลปากรได้ดำเนินการขุดค้นเรื่องราวของมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ ได้ค้นพบโครงกระดูกมนุษย์สมัยก่อนประวัติศาสตร์ และภาชนะลายเขียนสีแบบบ้านเชียง
ยโสธร
-ชม ชิม ช็อป สินค้าชุมชนตลาดน้ำท่าคา (ตลาดน้ำมีทุกวันเสาร์ อาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ และทุกวันขึ้นและแรม 2 ค่ำ 7 ค่ำ และ 12 ค่ำ) -ลงเรือพายชมธรรมชาติริมฝั่งคลอง ไปตามเส้นทางเสด็จประพาสต้น ร.5 ณ บ้านกำนันจัน เป็นบ้านเรือนไทยเก่าแก่ (จองก่อนเข้าชมบ้านกำนันจัน) -เยี่ยมชมกิจกรรมชุมชน ร่วมทำกิจกรรมตามฐานการเรียนรู้ต่างๆของกลุ่มแม่บ้านเกษตรกร ตลาดน้ำท่าคาจากเรื่องราวของมะพร้าว ชมภูมิปัญญาการทำน้ำตาลมะพร้าว ได้แก่ - การขึ้นเก็บน้ำตาลมะพร้าวจากต้น - การเคี่ยวน้ำตาลมะพร้าวแบบโบราณ - เติมความหวาน เรียนรู้การทำขนมโบราณจากน้ำตาลมะพร้าวท่าคา - การจักสานก้านมะพร้าว ภูมิปัญญาดั้งเดิมของคนท่าคา - การจักสานทางมะพร้าวสด นำมาสานเป็นหมวก ตะกร้า ฯลฯ - เรือดุ๊กดิ๊กจากกาบมะพร้าว
สมุทรสงคราม
ศูนย์ภูมิรักษ์ธรรมชาติ จ.นครนายก การมาเที่ยวชมศูนย์ฯ แห่งนี้ไม่มีค่าใช้จ่าย เว้นแต่ว่ามากันเป็นหมู่คณะ และต้องการทำกิจกรรมต่างๆ ที่ทางศูนย์ฯ ได้จัดขึ้น ที่นี่เป็นแหล่งเรียนรู้ชั้นเลิศ ที่จะทำให้เข้าใจเรื่องราวของคำว่า "พอเพียง" และการใช้ทรัพยากรอย่างไรให้ได้ประโยชน์และรู้คุณค่ามากที่สุด การเดินเที่ยวชมที่แห่งนี้ เดินชมได้เป็นลักษณะคล้ายวงกลม โดยเริ่มจาก โซนภาคเหนือ ตื่นตาไปกับการปลูกไม้ไผ่ชนิดต่างๆ สองข้างทาง รวมทั้งความน่ารักของสะพานไม้ไผ่ บ้านที่สร้างจากไม้ไผ่ริมสระบัว และเครื่องเล่นที่ทำจากไม้ไผ่ ที่จัดแสดงแบบนี้ เป็นเพราะต้องการให้ได้รู้ว่าไม้ไผ่สามารถทำประโยชน์อะไรได้มากมาย รวมทั้งทำรางหยดน้ำ เพื่อใช้รดน้ำต้นไม้และรดดินแทนคนอีกด้วย เดินขึ้นไปตามภูเขาก้อนเล็กๆ เรียนรู้เรื่องภูเขาป่า การตะบันน้ำ คือ การที่ใช้น้ำอัดน้ำขึ้นที่สูงแทนการใช้เครื่องปั๊มน้ำ ระบบป่าเปียกกันไฟ ประโยชน์ของหญ้าแฝก และการทำฝายชะลอความชุ่มชื้น เดินต่อไปยัง โซนภาคกลาง เรียนรู้เรื่องการเกษตรทฤษฎีใหม่ เพื่อให้เกษตรกรได้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ของตัวเองอย่างคุ้มค่า เรียนรู้การสร้างบ้านดิน และเรื่องสมุนไพรนานาชนิด แล้วก็เดินไปยัง โซนภาคตะวันออกเฉียง เหนือ ชมธนาคารข้าว เรียนรู้เรื่องการสีข้าว การเลี้ยงปศุสัตว์ แอบเห็นวัวตัวเบ่อเริ่มอยู่ในคอกด้วย การทำปุ๋ยหมักไว้ใช้เอง จะได้ไม่ต้องซื้อปุ๋ยเคมี และได้เรียนรู้เรื่องการห่มดิน จากที่พื้นที่ที่ไม่มีดิน ต้องใช้วิธีห่มดิน เพื่อให้ได้ดินดีๆ กลับมาปลูกพืชผัก แต่จะทำอย่างไร อยากให้ไปเรียนรู้ด้วยตัวเองจะดีที่สุด สุดท้ายไปยัง โซนภาคใต้ ไปดูการเผาถ่านที่ทำจากไม้ไผ่ การทำน้ำมันไบโอดีเซล และเรียนรู้โครงการแก้มลิง นอกจากนี้ตลอดภายในศูนย์ฯ ฉันเห็นว่าจะมีร่องน้ำขนาดใหญ่และเล็กตลอดเส้นทาง มีสระน้ำ มีแปลงเกษตรปลูกพืชผัก มีกังหันน้ำชัยพัฒนา มีการปลูกหญ้าแฝกในน้ำ และอื่นๆ อีกมากมาย จบการเดินเที่ยวชม ที่รับสาระความรู้และความเพลิดเพลินเดินอย่างไม่รู้เหนื่อยกันไป เดินชม ตาดู หูฟังและปากถามเจ้าหน้าที่ไม่ลดละ เพียงเพราะว่าสิ่งที่เราคิดว่า ‘เรารู้' กลายเป็นสิ่งที่เราไม่เคยรู้มาก่อน นั่นเป็นเพราะความเคยชินกับโครงการต่างๆ หรือทฤษฎีต่างๆ แต่ไม่เคยปฏิบัติหรือมาสัมผัสจริง การเดินทาง : จากแยกรังสิต ไปทาง อ.องครักษ์ มุ่งหน้าไปใช้เส้นนครนายก-น้ำตกนางรอง ผ่านวังตะไคร้ ก่อนถึงน้ำตกนางรอง 2 กิโลเมตร เลี้ยวขวาเข้าโครงการเขื่อนขุนด่านปราการชล ตรงไปอีกประมาณ 3 กิโลเมตร ถึงวงเวียน (มีรูปปั้นช้าง) วนขวาข้ามสะพาน ถึงสี่แยกเลี้ยวขวาตรงไปอีก 200 เมตร ศูนย์ฯ จะอยู่ทางซ้ายมือ
นครนายก
บ้านซำขี้เหล็ก เดิมเป็นพื้นที่ปลูกพืชไร่ ได้แก่ ข้าวโพด มันสำปะหลัง เป็นต้น (คำว่า "ซำ" แปลได้ว่าเป็นพื้นที่ซับน้ำ หรือชำน้ำ) บุคคลที่เข้ามาบุกเบิกในระยะแรกๆ เมื่อประมาณปี พ.ศ. 2510-2512 เป็นชาวจังหวัดยโสธรเข้ามาจับจองที่ดินช่วงแรกยังคงปลูกข้าวโพดและมันสำปะหลัง ต่อมาประมาณปี พ.ศ. 2530-2535 มีชาวบ้านที่ไปประกอบอาชีพรับจ้างทางภาคตะวันออกแถวจังหวัดจันทบุรี ระยอง และตราด ได้นำความรู้เกี่ยวกับการปลูกยางพารา ไม้ผล เช่น เงาะ ทุเรียน และไม้ผลอื่นๆ กลับมาทดลองปลูกในพื้นที่ของตนเอง ปรากฏว่ามีการเจริญเติบโตดีและให้ผลผลิตที่ดี ในส่วนของผลไม้มีรสชาติที่แตกต่างจากทางภาคตะวันออกของไทย และผลผลิตที่ออกก็ไม่ตรงกับภาคอื่นๆ ในปัจจุบันมีการขยายพี้นที่การปลูกเงาะ ทุเรียน และยางพารา ประชากรส่วนใหญ่ของบ้านซำขี้เหล็กประกอบอาชีพการเกษตร งานประเพณีที่สำคัญ ได้แก่ งานบุญเดือนสี่ ประเพณีบุญพเวส งานวันสารทลาว (ไหว้บรรพบรุษ)
ศรีสะเกษ
คาโนนะคาเฟ่ แฟ ฟิน ฟาร์ม เป็นการจำลองบรรยากาศสไตล์หมู่บ้านญี่ปุ่นโบราณ และมีสวนดอกไม้สให้ได้มาถ่ายภาพ
นครราชสีมา
เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตร ที่ยังคงมีความเป็นธรรมชาติ และบริสุทธิ์ อบอุ่นไปด้วยวิถีชีวิตที่งดงามของชาวเขา ในช่วงเดือน ก.ย.-ต.ค. ซึ่งป็นฤดูทำนาข้าว นักท่องเที่ยวจะได้ชม
แม่ฮ่องสอน
ศูนย์เรียนรู้เกษตรอินทรีย์วิถีชุมชนตำบลสิบเอ็ดศอก แหล่งองค์ความรู้ สามารถเข้ามาศึกษาดูงาน เรียนรู้ลงมือปฏิบัติ ตามรอยเท้าพ่อ
ฉะเชิงเทรา
นาข้าวขั้นบันได โครงการปิดทองหลังพระ ตั้งอยู่ใน อำเภอเฉลิมพระเกียรติ เป็นโครงการตามแนวพระราชดำริจัง ซึ่งจังหวัดน่าน เป็นจังหวัดนำร่องสืบสานแนวพระราชดำริ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ โดยแนวทาง ของโครงการ ก็คือ เริ่มต้นด้วยการลดการใช้พื้นที่ป่า แสวงหาวิธีปลูกข้าวแบบใหม่ โดยนำวิธีการทำนาขั้นบันไดบนพื้นที่ ภูเขา แทนข้าวไร่ เพื่อแก้ปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน โดยเน้นให้ชาวบ้านคิดเอง แต่ภาครัฐจะเข้าไปให้ความรู้เพื่อหาต้นแบบที่เหมาะสม ในการแก้ปัญหาการอยู่ร่วมกันระหว่างคนกับป่าใน พื้นที่ป่าต้นน้ำ โครงการที่นี้ไม่ใช่แค่ขุดนาขั้นบันไดอย่างเดียว ยังรวมไปถึง การสร้างบ่อกักเก็บน้ำ ฝาย การปลูกถั่วเหลือง รวมไปถึงการเลี้ยงสัตว์ด้วย
น่าน